You are here: หน้าหลักสาระน่ารู้“Active PAKTM ถุงหายใจได้” เทคโนโลยีจากมันสมองคนไทย

“Active PAKTM ถุงหายใจได้” เทคโนโลยีจากมันสมองคนไทย

Article2 41S

       นักวิจัย สวทช. วิจัยและพัฒนา "ถุงหายใจได้" เพื่อเก็บรักษา ผัก ผลไม้ ให้มีอายุยืนยาวขึ้นเฉลี่ย 7-8 วัน ช่วยรักษาคุณค่าสารอาหาร และลดอัตราการเน่าเสียในขณะวางจำหน่ายที่ร้าน ปัจจุบันมีการนำไปใช้จริงแล้วที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของไทย
       ผัก ผลไม้ ยังคงมีชีวิตหลังถูกเก็บเกี่ยว มีการหายใจและคายน้ำ อันมีส่วนทำให้เกิดการเสื่อมสภาพและเน่าเสียได้ ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่าหลายท่านมักประสบปัญหาในการเลือกซื้อผักผลไม้สดที่ไม่ได้คุณภาพ และไม่สามารถเก็บไว้รับประทานที่บ้านได้นานตามที่ต้องการ ปัจจุบัน ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้แล้ว ด้วยนวัตกรรม "Active PAKTM ถุงหายใจได้" ที่ช่วยคงความสดของผักผลไม้ได้นานยิ่งขึ้น และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันได้ดีทีเดียว
           "Active PAKTM" ถุงหายใจได้ พัฒนาโดยทีมวิจัย Inno-freshpack ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งกว่าจะพัฒนาจนถึง Active PAKTM รุ่นปัจจุบันนั้น ทีมวิจัยฯ ได้ทำงานวิจัยและพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี โดยมีการรับโจทย์จริงจากภาคอุตสาหกรรมผักผลไม้สด มีการพัฒนาและร่วมทดสอบกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยถุงได้รับการออกแบบให้มีลักษณะใสด้วยพลาสติกชนิดพิเศษ จึงไม่ทำให้เกิดฝ้าขณะเก็บรักษา ทำให้ผู้บริโภคสามารถมองเห็นสินค้าได้ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพให้กับผู้บริโภค
           หลักการทำงานของ Active PAKTM จะสร้างสภาวะรักษาความสดภายในบรรจุภัณฑ์ ซึ่งสามารถสร้างบรรยากาศดัดแปลงแบบสมดุล จึงคงความสด คุณค่า รสชาติ ของผักผลไม้สดได้นานสูงสุด 2-5 เท่า เมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์แบบทั่วไป ซึ่งถุงพลาสติกโดยทั่วไปจะมีการเจาะรูถุง ทำให้ผักผลไม้เหี่ยวจากการสูญเสียน้ำ แต่สำหรับถุง Active PAKTM จะช่วยยืดอายุให้ผักสดนานขึ้น 7 – 14 วัน นอกจากนี้ยังสามารถช่วยรักษาคุณค่าสารอาหาร ลดอัตราการเน่าเสียในขณะวางจำหน่ายที่ร้าน และการนำไปเก็บรักษาต่อเพื่อการบริโภค โดยช่วยลดการสูญเสียของผักลงประมาณ 7-8% ซึ่งเป็นการลดขยะ และลดปัญหาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

Article2 42S

และในวันนี้ นวัตกรรมเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ Active PAKTM หรือถุงหายใจได้ดังกล่าว มีการนำไปใช้ประโยชน์จริงแล้วในภาคอุตสาหกรรม ทั้งในส่วนของการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่ผู้ผลิตฟิล์มบรรจุภัณฑ์พลาสติก และผู้ประกอบการที่เป็นผู้ใช้งานอย่าง เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์ เพื่อใช้สำหรับคงความสดของผักที่วางจำหน่ายบนชั้นวางได้ยาวนานยิ่งขึ้นเฉลี่ย 7-8 วัน เทียบกับถุงพลาสติกทั่วไปเจาะรู ที่ใส่ผักได้เพียง 3 วันเท่านั้น นับว่าเป็นการเพิ่มโอกาสและยืดระยะเวลาการขายผักให้เกษตรกรที่ปลูกผักในพื้นที่ห่างไกล สามารถส่งสินค้าเข้ามาจำหน่ายในส่วนกลางหรือสาขาทั่วประเทศ สุดท้ายคือผู้บริโภคได้ผักที่สด รสชาติดี คงคุณค่าทางโภชนาการ เหมือนเก็บมาจากไร่มากที่สุด
นับเป็นความสำเร็จอย่างมากของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยภาคเอกชนเห็นความสำคัญของการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ย่อมจะส่งผลให้มูลค่าการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศเพิ่มมากขึ้น ลดการนำเข้าหรือการใช้งานเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และต้นทุนของการผลิตจะถูกลง เหล่านี้ล้วนมีผลให้เศรษฐกิจของประเทศสามารถก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนได้


ที่มา : http://www.nstda.or.th/component/content/article/282-newsletter-news/22067

Last Updated on Monday, 25 July 2016 16:30

Free business joomla templates