You are here: หน้าหลักข่าวสารประชาสัมพันธ์สวทน. โต้โผจัดงาน “Talent Mobility for Food Innovation 2017” เปิดเวทีเชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร แบบครบวงจร

สวทน. โต้โผจัดงาน “Talent Mobility for Food Innovation 2017” เปิดเวทีเชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร แบบครบวงจร

A23Y499

A3Y4950

23Y4907

A235168

A23Y55

AY5059

 

     24 มีนาคม 2560 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์/ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) จัดงาน “Talent Mobility for Food Inno  vation 2017” อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 24 - 25 มีนาคม 2560 โดยมี ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน

     งาน Talent Mobility for Food Innovation 2017 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "ยกระดับเมืองอุตสาหกรรมอาหารไทย ด้วยการวิจัยและพัฒนา" เพื่อสร้างการรับรู้และตระห นักถึงศักยภาพของบุคลากรด้านอาหารของไทย ส่งเสริมให้เกิดการเผยแพร่ผลงานวิจัยหรือเทคโนโลยีที่สามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านการทำวิจัยระหว่างผู้ประกอบการและนักวิจัย

 

     ดร.อรรชกา กล่าวว่า การจัดงาน Talent Mobility for Food Innovation 2017 ถือเป็นเรื่องที่ดี  และนับเป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาในมิติใหม่ ที่จะขยายฐานการใช้ประโยชน์จากบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อร่วมกันผลักดันให้อุตสาหกรรมอาหารซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ เติบโตสอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ นอกจากนี้การจัดให้มีเวทีพบกันระหว่างนักวิจัยจากภาครัฐกับผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมอาหาร รวมถึงการลงนามความร่วมมือสนับสนุนทุนโครงการวิจัยระหว่าง สวทน. กับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) นั้น เป็นจุดเริ่มที่สำคัญในการส่งเสริมบุคลากรจากภาครัฐและสถาบันอุดมศึกษา ไปช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคผลิตและบริการอย่างเป็นรูปธรรม

     ดร.อรรชกา กล่าวด้วยว่า นโยบายและภารกิจเร่งด่วนประการหนึ่งของรัฐบาลก็คือ การเร่งสร้างนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยให้เพียงพอกับความต้องการของประเทศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศตามนโยบาย “ประเทศไทย 4.0” กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนเมืองนวัตกรรมอาหาร ตระหนักดีว่า การยกระดับขีดความสามารถในการวิจัยและพัฒนาของผู้ประกอบการนั้นเป็นกลไกสำคัญของการก้าวพ้นประเทศที่ติดกับดักรายได้ปานกลาง โดยเฉพาะผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมอาหารซึ่งเป็นผู้ประกอบการกลุ่มสำคัญของประเทศ จึงได้บูรณาการเมืองนวัตกรรมอาหาร ร่วมกับโครงการทาเลนท์ โมบิลิตี้ และร่วมกับแหล่งทุนสนับสนุนนักวิจัยให้ทำงานร่วมกับภาคเอกชน เพื่อเป็นการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาในภาคเอกชนแบบครบวงจรต่อไป

 

     ด้าน ผศ.ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ รักษาการรองเลขาธิการ สวทน. และซีอีโอเมืองนวัตกรรมอาหาร กล่าวว่า ปัจจัยที่สำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเมืองนวัตกรรมอาหาร คือ นักวิจัย และกลไกสนับสนุนให้นักวิจัยในภาครัฐและเอกชนได้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ที่เน้นการส่งเสริมและสนับสนุนบริษัทอาหารในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และบริการ ตลอดจนความสามารถในการแข่งขันด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงการเป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ และบริการครบวงจร นอกจากนี้ยังเน้นส่งเสริมการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านมาตรฐานวิเคราะห์ทดสอบและความปลอดภัยด้านอาหาร โดยอาศัยกลไกประชารัฐ เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องกับหน่วยงานวิจัย เพื่อสร้างนวัตกรรมอาหาร โดยระบบมีความปลอดภัยสูง เพื่อรักษาข้อมูลความลับและการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ตามมาตรฐานสากล ขณะเดียวกันยังส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านการวิจัยพัฒนาจากทั่วโลก มาร่วมวิจัยพัฒนากับบริษัทและหน่วยงานในเมืองนวัตกรรมอาหาร เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านนวัตกรรมอาหารด้วย

     "ผู้ประกอบการที่สนใจค้นหานักวิจัยไปต่อยอดในอุตสาหกรรมอาหาร นักวิจัยที่ต้องการนำความรู้ด้านการวิจัยไปพัฒนาให้เป็นรูปธรรม จะได้รับการจุดประกายความคิดภายในงานนี้ นอกจากนี้ เมืองนวัตกรรมอาหารยังได้จัดทำเว็บไซต์ FI-Databank เพื่อเพิ่มโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงงานวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐานนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเว็บไซต์ดังกล่าวจะเชื่อมโยงกันระหว่างภาคอุตสาหกรรม การวิจัยในการสร้างมูลค่าเพิ่ม และการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์จากผลงานวิจัย เพื่อร่วมสนับสนุนให้อุตสาหกรรมอาหารของไทยสามารถแข่งขันได้ และเติบโตอย่างยั่งยืนครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ" ดร.อัครวิทย์ กล่าว

 

      ด้าน ผศ.ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ รักษาการผู้อำนวยการด้านพัฒนากำลังคนสะเต็ม สวทน. กล่าวเสริมถึงนโยบายส่งเสริมบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม จากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยภาครัฐ เพื่อเข้าไปขับเคลื่อนและปฏิบัติงานเพิ่มขีดความสามารถในภาคเอกชน หรือ ทาเลนท์ โมบิลิตี้ ว่าสามารถช่วยปลดล็อกปัญหา ทำให้นักวิจัยและนักเรียนทุนมาทำงานในภาคเอกชนโดยสามารถนับอายุงานและการใช้ทุนได้ ทั้งยังสามารถนำผลการปฏิบัติงานในภาคเอกชนไปใช้ในการขอตำแหน่งทางวิชาการได้ตามเกณฑ์การตกลงของต้นสังกัด ซึ่งปัจจุบันมีการเคลื่อนย้ายบุคลากรไปยังองค์กรเอกชนแล้วทั้งสิ้น 568 คน โดยมีภาคเอกชนเข้าร่วมโครงการ 177 บริษัท และมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมแล้วกว่า 21 แห่งทั่วประเทศ

      นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการข้อมูลนักวิจัยและหน่วยงานสนับสนุน การจัดพื้นที่ Matching Zone จำนวนกว่า 15 จุด เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ นักวิจัยจากภาครัฐ และหน่วยงานสนับสนุน ได้พบปะ แลกเปลี่ยน และเกิดความร่วมมือด้านการทำวิจัยระหว่างกัน พร้อมรับคำปรึกษาด้านขอรับการสนับสนุนแหล่งทุนวิจัยจากภาครัฐ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นต้น

 

     อีกกิจกรรมที่สำคัญคือ พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ "โครงการส่งเสริมการเพิ่มศักยภาพการวิจัยและพัฒนาของประเทศและการยกระดับความสามารถการแข่งขันในภาคเอกชนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม" ระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ สวทน.ซึ่งจะส่งผลให้มีแหล่งเงินทุนสนับสนุนร่วมหรือความร่วมมือเครือข่าย สำหรับการเคลื่อนย้ายบุคลากรในโครงการ ทาเลนท์ โมบิลิตี้ เพิ่มเติม อีกทั้งผู้ประกอบการจะมีทางเลือกในการรับทุนวิจัยตามลักษณะงานวิจัยได้มากขึ้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คณะทำงานโครงการเมืองนวัตกรรมอาหาร 
โทรศัพท์ 02160 5432 ต่อ 703 (นิรมล) หรือ 081-7536119 (แพรประพันธ์)
Email:  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  / Website: www.sti.or.th / Facebook: www.facebook/STIReform

 

 

 

ที่มา:

ข่าว : นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรร
ภาพและวีดีโอ : นายภูมินทร์ ปั้นเล็ก,นายไววิทย์ ยอดประสิทธิ์
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทร. 02 333 3728 - 3732  โทรสาร 02 333 3834
E-Mail :  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.   Facebook : sciencethailand

Last Updated on Saturday, 01 April 2017 12:07

สาระน่ารู้

ผลงานดีเด่น

เทคโนโลยีเพื่อชุมชน

ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ ปุ๋ย, การยืดอายุผลิตภัณฑ์,
การบรรจุหีบห่อ ผลิตผลทางการเกษตรและตัวอย่างเทคโนโลยี
ที่นำไปใช้ในชุมชน

ศูนย์บริการร่วมแต่ละกระทรวง

ศูนย์บริการร่วมกระทรวงพลังงาน

ศูนย์บริการร่วมกระทรวงอุตสาหกรรม

ศูนย์บริการร่วมกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ศูนย์บริการร่วมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ศูนย์บริการร่วมกระทรวงพาณิชย์

ศูนย์บริการร่วมกระทรวงการคลัง

ศูนย์บริการร่วมกระทรวงมหาดไทย

ศูนย์บริการร่วมกระทรวงสาธารณสุขآ

ศูนย์บริการร่วมกระทรวงคมนาคม

ศูนย์บริการร่วมกรมการกงสุล

ศูนย์บริการร่วมกระทรวงแรงงาน

ศูนย์บริการร่วมกระทรวงศึกษาธิการ

ศูนย์บริการร่วมกระทรวงวัฒนธรรม

1111

บริการแนะนำ














 

ทำไมเด็กๆเลือกเรียนวิทยาศาสตร์

ชอบค้นคว้า - 25%
ชอบทดลอง - 75%
ชอบพิสูจน์ - 0%

Total votes: 4
The voting for this poll has ended on: 27 Dec 2012 - 04:23

ผู้เข้าชมในขณะนี้

We have 15 guests and 2 members online

359779
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
ทั้งหมด
77
170
247
5525
359779

Free business joomla templates